ประวัติความเป็นมาของ Hospital OS PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 07 กรกฏาคม 2007 เวลา 16:54 น.

ประวัติความเป็นมาของ hospital OS

ตามที่ทางรัฐบาลได้มีแนวทางให้โครงสร้างของการรักษาพยาบาลทั้งประเทศ เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพอย่างทั่วถึง (Universal coverage) ทำให้ระบบการบริหารจัดการของโรงพยาบาลโดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐจะต้องมีการปรับเปลี่ยน ไปสู่การ บริการเพื่อการบริการที่เป็น เลิศภายใต้งบประมาณที่จำกัดซึ่งได้มาจากการถูกเลือกโดยผู้รับบริการ และต้องจัดการกับค่าใช้จ่ายด้าน ค่าตอบแทนของบุคลากรซึ่งเดิมเป็นความรับผิดชอบของส่วนกลางที่จัดสรรเงินส่วนนี้ให้ การบริหารงานเพื่อประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่ จำเป็นเร่งด่วนที่ผู้บริหารโรงพยาบาลจะต้องปรับตัวเพื่อให้ สามารถอยู่รอดได้ แต่โรงพยาบาลขนาดเล็กเหล่านี้ ขาดการลงทุนทางด้าน ข้อมูลของการบริหารมาก่อน มีแต่เพียงข้อมูลเพื่อการรายงานหรือตาม เงื่อนไขของสำนักงบประมาณ ไม่มีข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ หรือการบริหารอย่างเป็นระบบมาก่อน

เมื่อเลือกที่จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องคำนึงถึง การใช้งานของโปรแกรมจะต้องสะดวก และเกื้อหนุน การทำงานที่ รวดเร็วที่จะ บริการผู้ป่วยในปริมาณที่มาก ต่อวันต่อผู้ให้บริการได้เป็นอย่างดี โดยที่โปรแกรมจะต้องเสริมการคุณภาพการให้บริการ โดยที่จะต้องลดความเสี่ยงที่จะ เกิดขึ้นได้ และนอกจากนี้การใช้โปรแกรมการบริหารโรงพยาบาลเพื่อการลงบันทึกที่ครบถ้วนตามที่จำเป็น เพื่อลดการสูญเสียของรายได้จากการไม่ได้ บันทึกและเพื่อประเมินการใช้(Utilization review) และควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ จากรายงานของ ชาญวิทย์ และคณะ1 ได้ให้ความเห็นว่า การทำงานใน ระบบโรงพยาบาลที่ทำการศึกษาทุกแห่งยังมีลักษณะการทำงานเป็น Batch processing มากกว่า online transaction ทำให้ไม่สามารถลดจำนวนเจ้า- หน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและไม่สามารถลดความผิดพลาด ของ ระบบงานเดิมได้ รายงานจากโรงพยาบาลมะการักษ์ พบว่าเมื่อมีการทำระบบสารสนเทศ มาใช้ในส่วน OPD สามารถเก็บเงินได้เพิ่ม มากขึ้นจนคุ้มทุน และมีกำไรในระยะเวลาไม่กี่เดือน รวมทั้งสามารถลดเวลาในการรอคอยในการบริการผู้ป่วย นอกจาก 61 นาที เหลือเพียง 36 นาทีต่อคน 2

เพื่อให้ได้มาถึงประสิทธิภาพของการบริหาร ผู้บริหารจำเป็นที่ต้องได้ข้อมูลที่เป็นจริง ครบถ้วนในจุดสำคัญของการบริหาร การบันทึก ค่าใช้จ่าย รายได้ งานที่เกิดขึ้น ล้วนต้องพึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะทำให้การบริหารงานทำได้อย่าง ราบรื่น แต่การลงทุนด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังถึงผลตอบแทนที่คุ้มค่า (Return of investment:ROI) ในปัจจุบันพบว่า การใช้เทคโนโลยีแบบเปิด (Open source technology) เป็นกระแสที่ได้รับการยอมรับด้านประสิทธิภาพ การใช้งาน การพัฒนาต่อเนื่อง และความหลากหลาย ทำให้ผู้ลงทุนลดค่าใช้จ่าย ของเทคโนโลยีที่ผูกขาดลงไปได้ ซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายของระบบปฏิบัติการ(Operating System and Network Operating System) ค่าโปรแกรม โรงพยาบาล ที่ต้องใช้งาน และค่าใช้จ่ายโปรแกรมฐานข้อมูล (Hospital Information System Application and Database Appication) และ สำหรับ งานธุรการ(Office application) ซึ่งพบว่าราคาเพื่อติดตั้งในครั้งแรกสำหรับโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง ประมาณ 2,000,000 บาทและยังมีค่าบำรุง รักษาและปรับแก้ ที่ต้องจ่ายต่อเนื่องอีกปีละประมาณ 200,000 บาท ซึ่งโดยประมาณเป็นเงินเกือบครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายชองโครงการทั้งหมด
จุดที่สำคัญที่จะทำให้เกิดการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนใหญ่ในการดำเนินกิจการโรงพยาบาลคือแพทย์ ซึ่งถือว่า เป็นกลไก สำคัญ (Key success factor) ที่จะทำให้ระบบข้อมูลในโรงพยาบาลมีคุณค่าในการนำไปใช้ การสร้าง User interface ที่เหมาะสมเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจ และคุ้มค่าที่จะทำการศึกษาวิจัย ในด้านของการบริการ โปรแกรมที่ใช้จะต้องสามารถทำให้การบริการ รวดเร็วขึ้น มีความแม่นยำสูงขึ้น และได้ประสิทธิ- ภาพที่ดีขึ้น เพราะปัญหาที่ทราบเป็นอย่างดีว่าแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐมีภาระงาน ที่มากเช่นการตรวจผู้ป่วยในแผนกผู้ป่วยนอกประมาณ 40-50 รายต่อ 5-6 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึงการใช้เวลากับผู้ป่วยจะมีประมาณ 5-6 นาทีต่อรายการพิมพ์หรือการกรอกข้อมูลต่างที่ไม่จำเป็นจะสร้างความกดดันให้กับ แพทย์เป็นอย่างมาก

 

Daniel L. Johnson, MD, FACP3 ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมกับประโยชน์ที่จะเกิดกับแพทย์ในประเด็นต่างๆดังนี้
The most effective ways in which software can ease the doctor's burden are:

  • Managing medications and writing prescriptions.
  • Organizing laboratory data.
  • Listing important data in the chart. (e.g., chronological lists of xrays, ancillary tests,
  • hospitalizations, referrals, etc.)
    และโปรแกรมจะช่วยทำให้การรักษามีความถูกต้องและปลอดภัยมากขึ้นในเรื่อง
  • Reviewing medication lists for drug interactions.
  • Correlating medications and diseases with pertinent laboratory surveillance.
  • Permitting database analysis of a patient population.

 

แนวโน้มที่สำคัญ คือ ข้อมูลที่ได้รับการรวบรวมอย่างเป็นระบบ จะทำให้สามารถวางแผนในการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การเข้ารับบริการในโรงพยาบาลดลง หรือสามารถสร้างระบบทะเบียนติดตามโรค เช่น ทะเบียนมะเร็ง เพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยง หรือ มะเร็งระยะแรก ทำให้ ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเพื่อการรักษาลงได้

การสร้างโปรแกรม Hospital-OS จึงมีเป้าหมายที่จะทำให้โครงการประกันสุขภาพทั่วหน้าสามารถดำเนินไปได้โดยมีส่วน ประกอบที่ลงตัว ของการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และการให้บริการกับประชาชนอย่างมีคุณภาพที่เหมาะสม โดยอยู่บนพื้นฐาน ของการพึ่งตนเอง ใช้เทคโนโลยีแบบ เปิดที่ทุกคนสามารถเข้าถึง และด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ดังนั้น เมื่อโครงการนี้ดำเนินเสร็จสิ้น โปรแกรม Source code และ เอกสารต่างๆจะเปิดเป็นสมบัติ สาธารณะ (Public domain)

Open Source คืออะไร
แนวคิดของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เป็น Open source เป็นแนวคิดที่จะทำให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หลุดพ้นจากภาวะ การถือครอง สิทธิ (Propriety) cและเป็น อิสระ (Freedom) แนวคิดนี้ได้ถูกนำเสนอในเวปไซต์ http:// www.gnu.org

Free software is a matter of the users' freedom to run, copy, distribute, study, change and improve the software. More precisely, it refers to four kinds of freedom, for the users of the software:
- The freedom to run the program, for any purpose (freedom 0).
- The freedom to study how the program works, and adapt it to your needs (freedom 1). Access to the source code is a precondition for this.
- The freedom to redistribute copies so you can help your neighbor (freedom 2).
- The freedom to improve the program, and release your improvements to thepublic, so that the whole community benefits. (freedom 3). Access to the source code is a precondition for this.

ด้วยแนวคิดข้างต้น ทีมงานผู้สร้างโปรแกรม ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เราต้องสูญเสียค่าลิขสิทธ์ หรือแม้กระทั่งใช้โปรแกรมแบบลักลอบ ที่ต้องคอยระมัดระวังการถูกตรวจจับ ทีมงานจึงนำเสนอแนวทางของการสร้างเครือข่ายการพัฒนาโปรแกรมโดยมีเป้าหมายดังนี้

 

1.พัฒนาโปรแกรมที่สร้างขึ้นจากโปรแกรมต้นแบบที่เป็น Open source
2.โปรแกรมที่พัฒนาจะต้องสามารถใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ และมุ่งพัฒนาต่อเนื่องเฉพาะ ระบบปฏิบัติการ Linux 
3.โปรแกรมประกอบ ได้แก่โปรแกรมฐานข้อมูล หรืออื่นๆ จะต้องเป็นโปรแกรมที่เป็น Open source เช่นกัน
4.ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรม ได้แก่ การออกแบบ source code คู่มือ จะเป็นของสาธารณะที่สามารถนำไปใช้ต่อได้ ทั้งการพัฒนาโปรแกรมให้ดีขึ้น หรือ แจกจ่าย

ทั้งนี้เราคาดหวังว่า ผู้บริหารโรงพยาบาลจะมีทางเลือกในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาได้ อย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง หรือ จากกลุ่มที่สนใจ และไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ 

Hospital OS สามารถนำไปขายได้หรือไม่

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ระบบบริหารโรงพยาบาลที่บางโรงพยาบาลบางแห่งต้องจัดซื้อด้วยราคา หลายล้านบาท แล้ว Hospital OS นี้จะขายเท่าไหร่ แล้วใครขายได้บ้าง แล้วคนทำได้อะไร คนเขียนโปรแกรมจะรวยได้อย่างไร
คำตอบคือ

1.Hospital OS ได้รับการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาจาก ชมรมข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย มูลนิธิ สาธารสุขแห่งชาติ และสถาบันส่งเสริมการวิจัย(ส.ก.ว.) โดยมีความเป็นเจ้าของร่วมกันกับผู้จัดทำ
2.Hospital OS (ทั้งเอกสารและตัวโปรแกรม) จะเป็นสมบัติสาธารณะ ที่ทุกคนในประเทศไทย สามารถนำไปใช้ได้ สามารถแจก จ่ายได้ สามารถเอาไปขายได้ด้วยราคาเท่าใดก็ได้ หากมีคนอยากจ่ายให้
3.ผู้จัดทำและผู้สนับสนุน จะขาย CD โปรแกรม เอกสารที่จัดพิมพ์ การฝึกอบรม การบริการติดตั้ง การบริการสนับสนุน ในราคาที่ ผู้ใช้อยากจ่าย และสมเหตุผล และคนทำคงไม่รวย และที่สำคัญ ไม่ห้าม หากใครจะทำแข่งและทำได้ดีกว่า

Hospital OS ประกอบด้วยอะไรบ้าง

โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารโรงพยาบาล รองรับการทำงานของโรงพยาบาลขนาดไม่เกิน 100 เตียง และบริการผู้ป่วยนอก ประมาณ 300 รายต่อวัน โดยมีส่วนประกอบพื้นฐานดังนี้

  • Registration and Simple Electronic medical record system
  • Out patient service
  • Inpatient service
  • Investigation: X-ray, Laboratory request and result report
  • Pharmacy: dispensary and stock
  • Cashier
  • Management information system and Financial Information management system


แผนการดำเนินงาน


Phase 1: Design and Architecture software

  • Interview and Design work flow: Review the work flow with Volunteer Hospitals working staff and drawing the outline of workflow and finalized with the better work flow for patient service.
  • Summary the software feature and requirements of software.
  • Preparing the software engineering: Generate the service work flow to UML (Unified Modeling Language) by using the commercial software Rational Rose? to identify objects and sequence of software events.
  • Review the requirements, the work flows and the software sequences

Phase 2: Software Engineering

  • Create Database by using the free Object-Relational database name ProgreSQL
  • Transfer from UML in Rational Rose to Java and using Jbuilder? to create user interface and documents
  • Review the coding and testing software.
  • Evaluate the usage and capability to work with user interface and adjust the interface for most convenience .
  • Produce user handbooks.
  • Create report for Process performance, quality performance, clinical performance and financial performance.

Phase 3: Implement the system

  • Install the hardware: Networks and workstations base on Linux operating system and servers estimate about 20 terminals and 3 servers
  • Install software and upload the preparing data of hospital.
  • Train user with any module of software.
  • Go live the system.

Phase 4: Evaluation

  • Collect the data of implementation from performance of service, process and satisfaction.
  • Report the final package and set up to be public domain.

Phase 5 Training

  • Training installation process and using application to volunteer hospitals
  • Assist to implement at site during installation process
  • Evaluation and feed back for improvement

Technology:

1.โปรแกรมถูกสร้างด้วยภาษา Java และสามารถสนับสนุนการใช้ภาษาไทยได้ (ทดสอบด้วย JDK 1.4 beta สามารถใช้ได้แต่ยัง ไม่สมบูรณ์ คาดว่าจะเสร็จสิ้นในปลายปี2544)
2.ฐานข้อมูลใช้ PostGreSQL 7.1 ที่เป็น Object Relational Database
3.Server ใช้ Linux OS; Distribution ManDrake 8 Server
4.ระบบปฏิบัติการ Linux OS; Mandrake distribution 8 Kernal 2.4.3 Desktop version

Support By:

 

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (http://www.thainhf.org)
ชมรมข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (http://www.tmi.or.th)

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2011 เวลา 11:34 น.
 

thainhf
Sipa
TMI
TRF
Thai National Health
Foundation
www.thainhf.org

Software Industry Promotion Agency
(Public Organization)
www.sipa.or.th

TMI – Thai Medical
Informatics Association
www.tmi.or.th

TRF – Thailand
Research Fund
www.trf.or.th